" คอคอดกระ ภูเขาหญ้า กาหยูหวาน ธารน้ำแร่ มุกแท้เมืองระนอง "

 

ระนอง เป็นจังหวัดติดกับชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของประเทศไทย มีพื้นที่ติดต่อทางตะวันออกติดต่อกับจังหวัดชุมพร ทางใต้ติดกับจังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดพังงา ทางตะวันตกติดกับประเทศพม่าและทะเลอันดามัน มีลักษณะพื้นที่เรียวและแคบ มีความยาวถึง 169 กิโลเมตร แต่ส่วนที่แคบที่สุดของจังหวัดอยู่ที่บริเวณอำเภอกระบุรี ที่จะมีความกว้างเพียง 9 กิโลเมตรเท่านั้นเอง

สภาพภูมิประเทศของจังหวัดระนองนั้นจะเป็นเทือกเขาสูงในทางทิศตะวันออก และลาดลงสู่ทะเลอันดามันในทางทิศตะวันตก มีแม่น้ำและคลองสำคัญหลายสาย หนึ่งในนั้นคือ แม่น้ำกระบุรี และมีภูเขาสูงสุดคือ ภูเขาพ่อตาโชงโดง เอกลักษณ์ที่เด่นที่สุดของจังหวัดระนองก็คือ เป็นเมือง ฝนแปด แดดสี่นั่นคือจะมีฝนตกตลอดทั้งปีถึง 8 เดือน และมีเพียง 4 เดือนเท่านั้นที่ฝนแล้ง ถือได้ว่าเป็นจังหวัดที่ฝนชุกมากที่สุดในประเทศไทย แม้ว่าจังหวัดระนองจะเป็นจังหวัดที่ติดกับชายฝั่งทะเลอันดามัน แต่ก็ใช่ว่าจะมีสถานที่เที่ยวเพียงแค่ทะเลเท่านั้น ในจังหวัดระนองยังมีอุทยานแห่งชาติที่อุดมสมบูรณ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น อุทยานแห่งชาติลำน้ำกระบุรี, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพยาม, อุทยานแห่งชาติแหลมสน, อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา นอกจากนั้นแล้วยังมีสถานที่ที่เป็นเอกลักษณ์อย่างทางรถไฟสายคอคอดกระซึ่งถูกสร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เหมาะสมให้ท่องเที่ยวได้ทุกรูปแบบ

(ที่มา https://th.wikipedia.org )

ฝนแปดแดดสี่กะปิเมืองนอง

กะปิเมืองนองทำมาจากกุ้งเคยหรือที่ทุกท่านเรียกกุ้งฝอยที่ชาวประมงพื้นบ้านได้รุนมาแล้วได้นำไปตากแดดเพื่อมาทำกะปิเราจึงได้กะปิที่หอมแล้วอร่อย

อารีบิวตีีช๊อปผ้า

ผ้าปาเต๊ะผ้าถุงเนื้อดีสีสันสดใสลวดลายสวยงามสีไม่ตก

ระนองไข่ลวกน้ำแร่

เป็นไข่ที่นำไปลวกในบ่อน้ำแร่ธรรมชาติ ซึ่งต้องใช้เวลาในการลวกถึง 18 ชั่วโมง จึงจะได้ไข่ลวกที่อร่อยและ ไม่มีกลิ่นคาว เก็บไว้ได้นาน3วันในอุณภูมิปกติ และเก็บในตู้เย็นได้นานถึง1เดือน

กลุ่มผลิตภัณฑ์รองเท้าบ้านชาคลี

ตอนแรกเราก็ทำงานบริษัทก็คิดว่าชีวิตมั่นคงกับการทำงานแล้ว แต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่ปี40 บริษัทได้จ้างพนักงานออก เลยนั้งคิดจะทำอะไีดีที่มั่นคง และผ่าวิกฤตไปได้ ก็นั้งคิดถึงตอนวัยเด็ก เราไม่ค่อยมีรองเท้าใส่หรือแทบจะไม่มีใส่เลยพ่อเคยทำรองเท้าด้วยเชือกกล้วยให้ใส่ แต่ยุคใหม่นี้เราลองเอาเชือกไนลอ่นมาทำน่าจะดีกว่า เพราะคิดว่ารองเท้าไม่มีวันตาย เพราะเด็กเกิดใหม่ทุกวัน วันก็หลายๆคนทั่วประเทศไทยและทั่วโลก โตมาอย่างไรก็ต้องใส่รองเท้า หลังจากตกงานก็ลองทำคนเดี่ยวและลองไปวางขายดูงานวัดพนันเชิง จ.อยุทธยา ปรากฎว่า มีหญิงสาวชาวญีปุ่น ซื้อที่เดี่ยว 2 คู่ มันจุดประกายและมีกำลังใจ ว่าของเราทำก็โกอินเตอร์เหมือนกัน ตั้งความฝันสักวันคงได้ทำส่งต่างประเทศ ก็ทำไปขายไป ขายดีทำไม่ทัน เลยคิดกลับมาทำที่บ้านเพื่อหาคนในชุมชนมารวมกลุ่มทำรองเท้าในปี 40 ทำให้ได้ช่วยเหลือสังคม คือคนในชุมชนได้มีงานทำ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และได้เข้าคัดสรร OTOP ในปี 42 ได้ระดับ 4 ดาว ได้พัฒนาสินค้าและบรรจุภัณฑ์ จากหน่วยงานต่างๆ จนได้ส่งออกต่างประเทศ ทำให้ชุมชนมีรายได้ รากฐานชุมชนแข็งแรง อุดหนุนรองเท้าเชือกสานบ้านชาคลี ของดีเมืองระนอง ## แบรนด์ HIPP เพียงหนึ่งคู่ รายได้กระจายสู่ชุมชนหลายครัวเรือน

กลุ่มแม่บ้านพรุข่า

ชาตะไคร้ ข้าวเกรียบผักเหลียง ข้าวซ้อมมือ สมุนไพรพริกไทย

เม็ดมะม่วงหิมพานต์

เม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่ว-อบเกลือ